News
 

Current Articles | Archives | Search

Friday, April 03, 2009
ดันส่งออก'เอทานอล' เอกชนขานรับเดินถูกทาง ทาบญี่ปุ่น เพิ่มนำเข้าตั้งรง./วางระบบเอทานอล โลจิสติกส์
By admin @ 8:55 AM :: 976 Views
 

ดูขยายใหญ่
 
ดันส่งออก'เอทานอล' เอกชนขานรับเดินถูกทาง ทาบญี่ปุ่น เพิ่มนำเข้าตั้งรง./วางระบบเอทานอล โลจิสติกส์
ก.พาณิชย์จีบญี่ปุ่นเพิ่มการนำเข้าเอทานอลจากไทย พร้อมลงทุนตั้งโรงงานผลิตและวางระบบ"เอทานอล โลจิสติกส์" วงการเอทานอลขานรับนโยบายส่งออก ยอมรับที่ผ่านมาสะดุดเพราะต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ทำให้ต้นทุนผลิตสูงกว่าราคาตลาดโลก


นายอลงกรณ์ พลบุตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผย"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า เมื่อเร็วๆนี้ได้พบปะและร่วมหารือกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ของประเทศญี่ปุ่น ที่กรุงโตเกียว และกับกลุ่มบริษัทผู้นำเข้าเอทานอลรายใหญ่ เช่น สุมิโตโม รวมถึงสมาคมผู้นำเข้าพลังงานชีวภาพแห่งญี่ปุ่น ที่ประกอบด้วย 10 บริษัท น้ำมันรายใหญ่ของญี่ปุ่น โดยการหารือกันในครั้งนี้ ทางรัฐบาลไทยได้ขอให้ญี่ปุ่นพิจารณาใน 3 เรื่องหลักคือ 1.ขอให้ญี่ปุ่นและไทยมีความร่วมมือในโครงการเอทานอลตั้งแต่การผลิตไปถึงการตลาด เช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่นมีความตกลงร่วมกับบราซิล

ส่วนข้อหารือที่2. คือความร่วมมือด้านการลงทุนในโครงการเอทานอลในประเทศโดยรวมถึงการลงทุนตั้งโรงงานผลิตเอทานอล จนถึงการวางระบบ"เอทานอล โลจิสติกส์" เพื่อการส่งออก และ 3.ขอให้ญี่ปุ่นเพิ่มการนำเข้าเอทานอลจากประเทศไทย ซึ่งปีที่ผ่านมาญี่ปุ่นได้นำเข้ามาจากบราซิลมากกว่า 50% แต่มีการนำเข้าเอทานอลจากประเทศไทยเพียง 12% เท่านั้น

"การหารือดังกล่าวทางรัฐบาลญี่ปุ่นรับปากว่าจะนำเรื่องนี้ไปพิจารณา เนื่องจากในปี2553 ญี่ปุ่นกำหนดให้ในประเทศญี่ปุ่นจะต้องใช้เอทานอลผสมในน้ำมันเบนซิน 3% ในรูปของ ETBE (Ethyl Tertiary Butyl Ether) โดย ETBE เป็นเอทานอลรูปแบบหนึ่งที่ปัจจุบันใช้ผสมกับน้ำมันเบนซินและในรูปผสมเอทานอลผสมตรง ซึ่งจะทำให้ญี่ปุ่นจะต้องใช้เอทานอลปีละ840 ล้านลิตร จึงเป็นโอกาสของไทยในการเพิ่มการส่งออกไปยังตลาดญี่ปุ่น"

ด้านดร.วีระวุฒิ วัจนะพุกกะ รองประธานคณะอนุกรรมการเอทานอลสมาคมการค้ามันสำปะหลังไทย กล่าวว่า ถ้านโยบายของรัฐบาลต้องการจะส่งออกเอทานอลอย่างจริงจัง ก็จะถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีต่ออุตสาหกรรมเอทานอล ในประเทศไทย และพืชพลังงานเช่น มันสำปะหลัง อ้อย ซึ่งรัฐบาลที่ผ่านๆมายังไม่มีการผลักดันให้มีการส่งออกอย่างจริงจัง และยังไม่มีความแน่นอนในเรื่องนโยบาย เนื่องจากเปลี่ยนรัฐบาลบ่อย ด้วยเหตุนี้ผู้ผลิตเอทานอล จึงต้องการผลักดันให้มีพ.ร.บ.เอทานอล กำหนดให้เป็นวาระแห่งชาติ เพื่อจะได้เกิดการสนับสนุนต่อเนื่องไปทุกรัฐบาล

"ในช่วงที่ผ่านมาก็มีการส่งออกโดยเฉพาะในครึ่งปีแรกปี2551 ไทยมีการส่งออกเอทานอลประมาณ 30 ล้านลิตร แต่ช่วงครึ่งปีหลังปีที่แล้วไม่ได้ส่งออก เนื่องจากกากน้ำตาล(โมลาส)ราคาสูงโดยราคายืนอยู่ที่ระดับประมาณ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ขณะที่รัฐบาลก็มีโครงการรับจำนำมันสำปะหลังต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนี้โดยราคารับจำนำเริ่มต้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี2551 อยู่ที่ 1.80 บาท/กิโลกรัม ราคารับจำนำเดือนเมษายน ปี2552 อยู่ที่ 2.10 บาท/กิโลกรัม ดังนั้นหากผลิตเพื่อส่งออกจึงทำให้ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น"

ดร.วีระวุฒิ เปิดเผยว่า ถึงแม้ราคาวัตถุดิบจากมันสำปะหลังจะถูกกว่าการผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล แต่ก็ยังสูงกว่าราคาเอทานอลในตลาดโลก ยกตัวอย่างที่บราซิล ราคาอยู่ที่ 400 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ขณะที่ต้นทุนผลิตของไทยอยู่ที่ 650 ดอลลาร์สหรัฐฯ/ตัน ทำให้ขณะนี้ไม่มีผู้ผลิตเอทานอลรายใดส่งออกอีกเพราะไม่คุ้มต้นทุน ดังนั้นถ้าต้องการให้มีการส่งออกมากขึ้นรัฐบาลจะต้องสนับสนุนให้ผู้ใช้เอทานอลรายใหญ่ในตลาดโลกมีการลงทุนในประเทศไทย เพื่อจะได้นำระบบขนส่ง ระบบแทงค์ฟาร์ม ท่าเรือ การลงทุนเหล่านี้จะทำให้ต้นทุนรวมในการผลิตเอทานอลต่ำลง

"การเสนอรัฐบาลญี่ปุ่นให้มีการร่วมทุน เช่น วางระบบ"เอทานอล โลจิสติกส์"ถือว่ารัฐบาลเดินนโยบายมาถูกทางแล้ว"

อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลจะสนับสนุนการส่งออกเอทานอลจริงๆ ก็อยากให้รัฐบาลแก้ไขกฎหมายที่ยังเป็นอุปสรรคในการส่งออกในขณะนี้คือ การส่งออกเอทานอลในปัจจุบันจะต้องขออนุญาตอธิบดีกรมสรรพสามิตเป็นครั้งๆไป ทำให้ไม่ได้สนับสนุนเรื่องการค้าเสรี อย่างแท้จริง และควรเปิดให้การส่งออกเอทานอลเป็นไปอย่างเสรีเหมือนอุตสาหกรรมทั่วไป รวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา7 ที่ปัจจุบันโรงงานเอทานอลไม่สามารถขายเอทานอลเพื่อเป็นวัตถุดิบสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมอื่นได้ แต่ถูกกำหนดให้ขายเฉพาะผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นตามผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา7 เท่านั้น โดยมองว่ารัฐบาลควรจะเปิดกว้างในการขายเอทานอลในประเทศได้มากขึ้น

อนึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีความต้องการใช้เอทานอลประมาณ 1.3 ล้านลิตร/วัน มีการผลิตเอทานอลแล้วจำนวน 2.3 ล้านลิตร/วัน จากโรงงานผลิตที่เปิดดำเนินการแล้ว15 แห่ง และมีโรงงานผลิตเอทานอลที่ได้รับอนุมัติให้ผลิตได้ทั้งสิ้น 49 แห่ง หากผลิตได้ครบทุกราย จะมีขนาดกำลังผลิตทั้งสิ้น 12.5 ล้านลิตร/วัน คิดเป็นสัดส่วนการเพิ่มขึ้นสูงถึง500% 

(ที่มา :หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ, วันที่ 3 เมษายน 2552)
Comments
 
Copyright © 2008 reserved by Petrichemical Industry Club.
Power by Bighead.co.th