"บีโอไอ"นิคมมาบตาพุดหยุดลงทุน โครงการ3แสนล.รอความชัดเจนเขตควบคุมมลพิษ
BOI รับประกาศเขตควบคุมมลพิษ ส่งผลทำให้โครงการที่ได้รับอนุมัติแล้วกว่า 300,000 ล้านบาท หยุดลงทุน ! รอความชัดเจนของแผนปฏิบัติการท้องถิ่น ผู้ช่วย รมต.กระทรวงอุตสาหกรรมมึน ไม่รู้จะตอบคำถามนักลงทุนของการประกาศได้อย่างไร ด้านกรมโรงงานฯ ระบุคำสั่งศาลเป็นอุทาหรณ์ ดึงชุมชนมามีส่วนร่วม ทำโครงการลงทุน ป้องกันปัญหาฟ้องร้องในอนาคต
ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานการสัมมนาเรื่อง ผลักดันการลงทุน กระตุ้นเศรษฐกิจภาคตะวันออก โดยนางอรรชกา สีบุญเรือง บริมเบิล เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ได้กล่าวถึงสถานการณ์การลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกว่า ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ตัวเลขการขอรับส่งเสริมการลงทุนในภาคตะวันออกมีจำนวน 3,000 โครงการ มูลค่า 1.4 ล้านล้านบาท คิดเป็น 53% ของมูลค่าการลงทุนทั้งหมด ถือเป็นพื้นที่ลงทุนสูงในประเทศไทย โดยอุตสาหกรรมส่วนใหญ่จะเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐาน และสาธารณูปโภคต่างๆ เช่น ปิโตรเคมี ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
สำหรับพื้นที่มาบตาพุดได้มีการอนุมัติส่งเสริมการลงทุนไปแล้วประมาณ 300,000 ล้านบาท บางส่วนได้มีการเดินหน้าลงทุน ไปแล้ว แต่เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ประกอบกับคำสั่งของศาลปกครองระยองได้ประกาศพื้นที่ดังกล่าวเป็นเขตควบคุมมลพิษ จึงมีผลทำให้โครงการบางส่วนที่ยังไม่ลงทุน หยุดลงทุน เพื่อรอความชัดเจนจากแผนปฏิบัติการของท้องถิ่นเสียก่อน ส่วนโครงการใหม่ๆ ที่จะขอส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่ดังกล่าวนั้น ก็อาจจะไม่มีในขณะนี้
"โครงการใหม่ที่จะขอรับส่งเสริมการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุดในขณะนี้ก็คงจะมีไม่มาก ซึ่งก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจในช่วงนี้ แต่สิ่งสำคัญก็คือ จะสนับสนุนหรือมีนโยบายให้โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุนไปแล้วเดินหน้าลงทุนต่อได้อย่างไร เพื่อให้เม็ดเงินลงทุนสู่ระบบ ให้เศรษฐกิจขับเคลื่อนต่อไปได้" นางอรรชกากล่าว
ด้านนายสรยุทธ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า การประกาศเขตควบคุมมลพิษครั้งนี้ ทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็ยังมองว่า ไม่มีความชัดเจนเท่าที่ควร ยังไม่สามารถนำไปตอบคำถามให้นักลงทุนได้ทราบถึงเหตุผลของการประกาศเขตควบคุมมลพิษนั้น กระทำตามคำสั่งของศาลหรือกระทำเพราะในพื้นที่ดังกล่าวมีมลพิษเกินมาตรฐาน เพราะที่ผ่านมาผู้ประกอบการในพื้นที่ก็มีการลงทุนเป็นหมื่นล้าน เพื่อขจัดมลพิษตามแผนปฏิบัติการปี 2551-2554 อยู่แล้ว ถ้าหากประกาศเพราะพื้นที่ดังกล่าวยังมีมลพิษเกินมาตรฐานจริง นักลงทุนก็คงจะมองการลงทุนที่ผ่านมานั้นเสียเปล่า ก็คงจะมีผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนได้
"กระทรวงอุตสาหกรรมค่อนข้างเป็นกังวลที่จะตอบคำถามนักลงทุน เพราะการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเมื่อกลางเดือนที่ผ่านมาก็ไม่ได้ระบุชัดเจนถึงเหตุผลของการประกาศเขตควบคุม เพียงแต่มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปศึกษารายละเอียด และกำหนดแผนปฏิบัติการออกมาเท่านั้น ก็ไม่สามารถทำอย่างไรได้ ต้องรอแผนปฏิบัติการของท้องถิ่นว่าจะออกมาได้รูปแบบใด" นายสรยุทธกล่าว
นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวยอมรับว่า จากคำสั่งของศาลปกครองระยองให้พื้นที่มาบตาพุดและบริเวณใกล้เคียง เป็นเขตควบคุมมลพิษนั้น มีผลกระทบธุรกิจร้านค้า การท่องเที่ยวในพื้นที่อยู่บ้าง แต่ก็ไม่ถึงขั้นกระทบต่อภาคการลงทุนขนาดใหญ่
นายรัชดา สิงคาวนิช อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งของศาลปกครอง ที่ให้พื้นที่มาบตาพุดเป็น
เขตควบคุมมลพิษ หรือมีคำสั่งทุเลาการประกาศให้พืชสมุนไพร 13 ชนิด อยู่ในบัญชีวัตถุอันตราย ประเภทที่ 1 แสดงให้เห็นว่า ชุมชนค่อนข้างมีบทบาทต่อภาคการลงทุน การเรียกร้องผ่านทางกระบวนการตุลาการมากขึ้น
ดังนั้นการลงทุนใหม่ๆ ขณะนี้การมีเทคโนโลยีสะอาด หรือการได้รับความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ จะต้องเปิดให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม รับฟังความคิดเห็นของการลงทุนในแต่ละครั้งตามกรอบของรัฐธรรมนูญปี 2550 ด้วย ซึ่งกระบวนการดังกล่าวต้องใช้เวลาพอสมควรไม่ต่ำกว่า 6 เดือน แต่ก็เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องให้ความสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาเมื่อกรณีที่ผ่านมา
(ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ, วันที่ 2 เมษายน 2552) |