News
 

Current Articles | Archives | Search

Friday, March 13, 2009
ยื่นอุทธรณ์มาบตาพุดเขตมลพิษ กกร.วอนมาร์คหวั่นกระทบนโยบายดึงดูดการลงทุน
By admin @ 9:35 AM :: 553 Views
 

ยื่นอุทธรณ์มาบตาพุดเขตมลพิษ กกร.วอนมาร์คหวั่นกระทบนโยบายดึงดูดการลงทุน


กกร.เตรียมยื่นข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ให้ภาครัฐยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองระยอง กรณีการประกาศให้พื้นที่ระยองเป็นเขตควบคุมมลพิษ อ้างส่งผลภาพลักษณ์การลงทุน กระทบภาคเศรษฐกิจในอนาคต 1 ล้านล้านบาท "สันติ" ประธาน ส.อ.ท. ระบุ 2 ปีที่ผ่านมาร่วมมือกับ 25 ชุมชนในพื้นที่ เสียเปล่า หวั่นนักลงทุนต่างประเทศย้ายจากระยองหนีไปประเทศอื่น



ผู้สื่อข่าว "ประชาชาติธุรกิจ" รายงานผลการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) โดยนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการหารือและมีมติให้นำเรื่องการประกาศเขตควบคุมมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง ตามคำสั่งของศาลปกครองระยอง เข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ในวันที่ 18 มีนาคม 2552 โดยในส่วนของภาคเอกชนเห็นว่าควรให้ภาครัฐดำเนินการ "อุทธรณ์" คำสั่งดังกล่าว เนื่องจากการประกาศเขตควบคุมมลพิษจะส่งผลกระทบต่อนโยบายระดับชาติ การพัฒนาอุตสาหกรรมขนาดใหญ่, ภาพพจน์, ความเชื่อมั่นต่อนักลงทุน, ภาคการเกษตร และการท่องเที่ยวโดยที่ผ่านมาภาครัฐและภาคอุตสาห กรรมได้ร่วมกันจัดทำแผนการปฏิบัติการลดมลพิษในพื้นที่จังหวัดระยอง 5 ปี ตั้งแต่ปี 2550-2554 อยู่แล้ว มีจำนวน 73 โครงการ และกว่า 150 โครงการย่อย ลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท ซึ่งหลักการของแผนปฏิบัติการดังกล่าวก็คือหากเอกชนในพื้นที่มีความประสงค์จะขอการลงทุนหรือขยายกำลังการผลิตเพิ่ม จะต้องหาคู่โรงงานเดิมที่ตั้งอยู่เพื่อจัดทำแผนการลงทุนเพื่อลดมลพิษ จากเดิมให้ได้ 20% เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการรายใหม่ได้นำไปใช้เป็นส่วนขยายได้ 80% ของปริมาณที่ลดได้ ส่วนอีก 20% นั้นจะต้องส่งคืนให้กับทางการ ถึงจะมีการอนุมัติให้การก่อสร้างหรือขยายโรงงานได้ เป็นหลักการที่ดี สามารถดำเนินการลดมลพิษได้ดีกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ด้วยซ้ำ อีกทั้งยังมีความร่วมมือ ประสานความช่วยเหลือกับ 25 ชุมชนในพื้นที่เป็นอย่างดีเสมอมาด้วย

"ภาครัฐจะดำเนินการอย่างไร ต้องดูถึงประโยชน์ข้อเท็จจริง ข้อมูลพิสูจน์ได้ เป็นที่ยอมรับตามหลักวิชาการ จึงขอให้มีการตั้งคณะกรรมระดับชาติขึ้นมาศึกษาวิจัยผลกระทบสิ่งแวดล้อม ขยายประเด็นปัญหาให้ถ่องแท้ มีการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศให้ผลเป็นที่ยอมรับกับทุกฝ่าย หากพบว่าเกิดปัญหาจริง ถึงเวลานั้นก็ยอมรับให้มีการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษ" นายพยุงศักดิ์กล่าว

หากมีประกาศพื้นที่จังหวัดระยองเป็น "เขตควบคุมมลพิษ" จริง ได้มีการประเมินความเสียหายเบื้องต้นจากจำนวนโรงงาน 100-150 โรง มูลค่าการลงทุนกว่า 500,000 ล้านบาท แต่ละโรงงานจัดเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำของอุตสาหกรรมต่างๆ แทบทั้งสิ้น จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจต่อเนื่องในอนาคตอีกไม่ต่ำกว่า 1 ล้านล้านบาท

ซึ่งนักธุรกิจต่างชาติขณะนี้ก็เริ่มมีความกังวลแล้ว อีกทั้งคู่แข่งด้านการลงทุน ประเทศต่างๆ ก็มีนโยบายดึงดูดการลงทุนมากมาย หากกำหนดให้พื้นที่จังหวัดระยอง เป็นเขตควบคุมมลพิษ ก็มีผลให้นักลงทุนตัดสินใจไปลงทุนในประเทศอื่นที่มีนโยบายเอื้ออำนวย บรรยากาศการลงทุนที่ดีกว่า ดังนั้นการตัดสินใจของรัฐบาล็ต้องพิจารณาถึงภาวะเศรษฐกิจที่เกิดวิกฤตอยู่ในขณะนี้ด้วย

ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า การจะอุทธรณ์คำสั่งของศาลปกครองหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับอำนาจการตัดสินใจของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ในอำนาจของภาคเอกชนที่สามารถทำได้เพียงแค่เสนอความคิดเห็นเท่านั้น ซึ่งยอมรับว่า 2 ปีผ่านมาภาคเอกชนได้ทำงานร่วม 25 ชุมชนในพื้นที่ระยองที่ได้รับผลกระทบมาด้วยดีโดยตลอด สร้างการยอมรับได้ในระดับหนึ่ง แต่หาก มีการประกาศเป็นเขตควบคุมมลพิษก็เท่ากับว่าการดำเนินการต่างๆ ที่ผ่านมา "สูญเปล่า ไร้ประโยชน์" ดังนั้นจึงต้องสอบถามถึงประชาชนใน 25 ชุมชนว่าสิ่งที่ดำเนินการนั้นเกิดประโยชน์ สร้างความพึงพอใจให้ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง

ทาง ส.อ.ท.กำลังพิจารณาอยู่ว่า จะทำ

หนังสือแสดงจุดยืนโดยตรงไปถึงคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 16 มีนาคมนี้หรือไม่

(ประชาชาติธุรกิจ: วันที่ 13 มีนาคม 2552)

Comments
 
Copyright © 2008 reserved by Petrichemical Industry Club.
Power by Bighead.co.th