พลังงานทางเลือก

ทางเลือกที่ถูกหรือผิด?
ช่วงนี้ไม่ว่าจะหันไปทางใด ยิ่งหากคุณ เป็นคนที่อยู่ในแวดวงของการใช้พลังงาน ผู้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ผู้ประกอบการบริษัทรถยนต์โดยสารทั้งเอกชนและของหลวง หรือผู้เกี่ยวข้องอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับพลังงาน คงหนีไม่พ้นที่จะได้ยินข่าวคราวเรื่อง “พลังงานทางเลือก” ที่นับวันจะมีออกมาให้เลือกกันอย่างมากมาย จนบางครั้งเราจำกันไม่ได้ว่าอะไรใช้กันอย่างไร และใช้กับเครื่องยนต์ตัวไหน ราคา ถูกแพงกว่ากันมากน้อยเพียงไร แล้วเราควรจะเลือกบริโภคพลังงานทางเลือกตัวไหน ที่จะสามารถประหยัดเงินที่อยูในกระเป๋าให้ได้มากที่สุด เพื่อเผชิญหน้ากับภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่มีวี่แววว่ารัฐบาลนี้จะสามารถนำประเทศฝ่าไปได้
แน่นอนว่า “พลังงานทางเลือก” น่าจะเป็นอะไรที่ดีสำหรับในโลกยุคปัจจุบัน ที่พลังงานหลักอย่างน้ำมันมีแนวโน้มที่แน่นอนว่ายังไงก็ต้องมีการปรับขึ้น ซึ่งไม่ต้อง เดาเอาให้ยากว่าคงหนีไม่พ้นอนาคตอันใกล้ นี้ และอาจจะเร็วจนทุกคนตั้งตัวกันไม่ทัน แต่พลังงานทางเลือกที่มีอยู่นั้นพร้อมแล้วหรือที่จะเป็นทางเลือกที่จะทดแทนพลังงานหลักได้อย่างมีประสิทธิภาพ
แน่นอนว่า พลังงานทางเลือกก่อให้ เกิดประโยชน์ไปในวงกว้าง อย่างเช่นในการผลิตเอธานอลนั้น ทำให้เกิดการสร้าง งานในท้องถิ่นกล่าวคือ การที่จะได้มาซึ่งวัตถุดิบนั้น เราต้องอาศัยเกษตรกรในการ ปลูกพืชผักพลังงาน เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพให้กับแรงงานท้องถิ่น
ล่าสุด เรากำลังจะมีพลังงานทางเลือกใหม่เพิ่มขึ้นอีกตัวหนึ่งโดย นาย ส่งเกียรติ ทานสัมฤทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือการสนับสนุน Hydrogen สำหรับเป็นวัตถุดิบในโครงการ Bio-hydrogenated Diesel (BHD) กับ บริษัท Bangkok Industrial Gas Co., Ltd.
นายส่งเกียรติ เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์ที่ประเทศไทยได้เผชิญวิกฤติน้ำมันนับแต่ปี พ.ศ.2550 เป็นต้นมา ปตท. ในฐานะที่เป็นบริษัทพลังงานชั้นนำของประเทศไทยที่ประกอบธุรกิจก๊าซธรรมชาติและน้ำมันครบวงจรธุรกิจปิโตรเคมีและการกลั่น ได้เป็นหนึ่งในผู้นำการศึกษาและวิจัย “พลังงานทางเลือก” เพื่อประโยชน์อันสูงสุดแก่ประเทศไทย ปัจจุบัน ปตท. ได้ทำการศึกษาและวิจัยโครงการผลิต Bio-hydrogenated Diesel (BHD) โดยใช้กระบวนการ Hydrogenation โดย การนำก๊าซไฮโดรเจนมาทำปฏิกิริยากับน้ำมันพืช (Triglyceride) เช่น น้ำมันปาล์ม น้ำมันสบู่ดำ ซึ่งผลิตได้ภายในประเทศ ได้ เป็นน้ำมัน Diesel
ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. กล่าวเสริมว่า ปตท. ได้ทำการวิจัยร่วมกับวิทยาลัยปิโตรเลียมและปิโตรเคมี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และภาควิชาวิศวกรรมเคมี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต โดย ปตท. กำลังดำเนินการสร้างโรงงานทดลองการผลิต Bio-hydrogenated Diesel ระดับ Pilot-scale ที่สถาบันวิจัยและเทคโนโลยี ปตท. ณ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินงานวิจัย และสามารถผลิต BHD ได้ประมาณต้นปี พ.ศ.2553 เป็นต้นไป โดย บริษัท Bangkok Industrial Gas Co., Ltd. จะให้การ สนับสนุนก๊าซไฮโดรเจน (UHP Grade) เป็นระยะเวลา 3 ปี (นับตั้งแต่โรงงานก่อสร้างแล้วเสร็จ)
หากโครงการดังกล่าวประสบความ สำเร็จ อาจขยายไปสู่การผลิตในเชิงพาณิชย์ และเป็นอีกหนึ่ง “พลังงานทางเลือก” แก่ผู้ใช้พลังงาน ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติโดยรวมต่อไป
ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการที่น่าจับตามอง
ส่วนในเรื่องนโยบายต่างๆ ที่ออกมา จากกระทรวงพลังงานนั้น ต้องขอยอมรับ ว่าท่านรัฐมนตรีนายแพทย์วรรณรัตน์ ชาญนุกูล นั้นขยันขันแข็งเป็นอย่างมาก แต่ก็ยังดูว่าการแก้ปัญหาต่างๆ ด้านพลังงานนั้นยังไม่เคลียร์เท่าที่ควร เช่น นโยบายพลังงาน E85 ที่กระทรวงพลังงานพยายามผลักดัน ดันแล้วดันอีก แต่ก็ยังหาบทสรุปที่ลงตัวไม่ได้สักที
ก็น่าเห็นใจเพราะทางกระทรวงพลังงานไม่ได้รับความร่วมมือเท่าที่ควรจากทางภาคเอกชนผู้ผลิตรถยนต์ (ญี่ปุ่น) หวังว่าจะให้เป็นพาร์ตเนอร์ในการผลิตรถยนต์ที่สามารถใช้พลังงาน E85 โดยอ้างโน่นอ้างนี่ ระวังนะครับบริษัทรถยุโรป ที่เขาให้ความสำคัญใส่ใจในเรื่องพลังงานอนาคต และเมื่อพลังงาน E85 นิ่งเมื่อไหร่เมื่อนั้นลูกค้าอาจหนีมาหารถยุโรปกันหมดเพราะสามารถรองรับพลังงานทางเลือกราคาถูกได้แถมทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
สรุปว่าพลังงานทางเลือกมีความสำคัญเป็นอย่างมากในการพัฒนาประเทศ ไปสู่ประเทศที่เจริญอย่างยั่งยืน
ในยุคที่เศรษฐกิจแย่ จีดีพีประเทศไทยก็น่าเป็นห่วงโดยหลายสำนักคาดการณ์ว่าน่าจะติดลบที่ 1-2% หรืออาจถึงติดลบที่ 4% ถือว่าล้มเหลวเป็นอย่างมากกับที่คุยไว้ก่อนเข้าบริหารประเทศ นี่ยังไม่รวมถึงภาวะการตกงานที่มีมากมายอย่างไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในรัฐบาลอื่นใด อย่าไปอ้างเลยครับว่าเป็นปฏิกิริยาต่อเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจโลก เก่งจริงต้องทำให้ได้อย่างปากว่า
(สยามธุรกิจ : วันที่ 3 มีนาคม 2552) |