News
 

Current Articles | Archives | Search

Friday, February 27, 2009
The Triple Bottom Line หลักบริหาร "ดาว เคมิคอล"
By admin @ 9:43 AM :: 1655 Views
 

The Triple Bottom Line หลักบริหาร "ดาว เคมิคอล"

                       ความสัมพันธ์ระหว่างธุรกิจกับสังคม เป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมหนัก ที่การผลิตอาจจะส่งผลกระทบต่อชุมชนใกล้เคียง การดำเนินกิจกรรมต่างๆ จึงมีส่วนช่วยกระชับไมตรีอันดีระหว่างกัน ที่สำคัญทำให้ธุรกิจหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น

 

 

                       เช่นเดียวกับ บริษัทดาว เคมิคอล บริษัทชั้นนำด้านปิโตรเคมีของโลก บริษัทแม่อยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีของการเข้ามาทำธุรกิจในไทย ในนาม บริษัทดาว เคมิคอล ประเทศไทย ไม่ได้ละเลยสิ่งเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นจากแนวคิด The Triple Bottom Line ที่ใช้เป็นปรัชญาในการบริหารจัดการ

                       "นันทพล เจริญภักดี" ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ ดาว เคมิคอล ประเทศไทย เล่าให้ฟังว่า แนวคิดที่ว่านี้ หมายถึง การดำเนินธุรกิจที่ต้องให้ความสำคัญใน 3 ด้านไปพร้อมกัน ได้แก่ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม

                        หากบริษัทใดก็ตาม มุ่งเน้นความสำเร็จเฉพาะแต่ในเรื่องของผลประกอบการ โดยไม่คำนึงถึงปัจจัยอื่นๆ
ไม่นานก็จะเกิด "แรงต้าน" จากชุมชนที่เข้าไปทำธุรกิจ

                        นันทพล ระบุว่า ดาว เคมิคอล ได้ตระหนักถึงความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยกันของคนในชุมชน จึงพยายามจะเข้าไปมีส่วนร่วมในหลายๆกิจกรรมที่มุ่งส่งเสริมความเป็นอยู่ที่ดีต่อสังคมและชุมชนในพื้นที่ โดยเฉลี่ยแต่ละปีจะจัดสรรงบประมาณ 12 ล้านบาท หมดไปกับเรื่องของการรักษาสิ่งแวดล้อม และการทำกิจกรรมเพื่อสังคม

                        “เราสนับสนุนกิจกรรมเพื่อชุมชนในหลายด้านทั้งด้านสุขภาพ การศึกษา และเยาวชน เช่น สนับสนุนกิจกรรมของศูนย์คามิลเลียน โซเซียล เซ็นเตอร์ จังหวัดระยอง และการจัดหาเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลมาบตาพุด จัดตั้งชมรมเพื่อชนบทของดาว เคมิคอลฯลฯ”

                        ในปีนี้ก็เช่นกัน ดาว เคมิคอลได้จัดทำโครงการส่งเสริมรายได้ให้กับชุมชนโดยการจัดตั้งตู้น้ำดื่มดาว เพื่อหวังให้เป็นช่องทางสร้างรายได้ให้กับชุมชน ปัจจุบันติดตั้งไปแล้ว 20 ตู้  จากแผนการติดตั้ง 80 ตู้ในปีนี้  คาดว่าจะทยอยแล้วเสร็จในเร็วๆ นี้

                        นันทพล ยังเล่าถึงอีกหนึ่งโครงการที่ภูมิใจ นั่นคือ โครงการนำร่องสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาในโครงการ DOW English Club ระหว่างวันที่ 2 พฤศจิกายน - 10 ธันวาคม 2551 โดยได้เชิญภริยาของผู้บริหารระดับสูง ซึ่งเป็นเจ้าของภาษามาเป็นอาจารย์ผู้สอน เพื่อให้กับเด็กๆในชุมชนได้มีโอกาสฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา

                       “เราสอนภาษาอังกฤษเด็กๆ ชั้น ประถม 1-6 จำนวน 2 โรงเรียน คือ โรงเรียนวัดประชุมมิตร ชั้น ประถม 1-3 และประถม 4-6  จำนวน 120 คน  และโรงเรียนบ้านฉางอีก  120 คน ชั้นประถม3 และประถม 6 วันละ 2 ชั่วโมง เราเชื่อว่าอย่างน้อยจะช่วยปูพื้นฐานด้านความกล้าให้เด็กๆ ไม่ให้กลัวไม่กล้าพูดกับฝรั่ง”

                        สำหรับก้าวต่อไปของโครงการนี้ นันทพล ระบุว่า จะเห็นโครงการต่อเนื่อง ได้แก่ Tost Master Clup ซึ่งจะเป็นโครงการที่จะพัฒนาให้เด็กๆ ให้กล้าแสดงออก สามารถพูดหรือสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษในชั้นเรียนได้อย่างคล่องแคล่ว ภายในเวลา 3-4 ปี

                       “โครงการนี้เป็นโครงการต่อเนื่อง ที่เราจะทำต่อจาก Dow English Clup เพราะเห็นความแตกต่างระหว่างเด็กในกรุงเทพฯ กับเด็กในต่างจังหวัดมาก ส่วนหนึ่งเพราะเด็กในต่างจังหวัดไม่มีความพร้อมและโอกาสเหมือนเด็กกรุงเทพฯ  
ในส่วนของโครงการ Dow English Clup เองก็มีแผนจะขยายไปยังโรงเรียนอื่นๆ ในพื้นที่ อาจจะมีความล่าช้าบ้างเพราะปัญหาหลักคือ ต้องใช้เวลารอครูต่างชาติอาสาสมัครซึ่งเป็นเรื่องของความสมัครใจ”นันทพล  บอก

                        สำหรับ ดาว เคมิคอล ประเทศไทย ก่อตั้งในปี 2510 และในปี 2521 ได้เริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตโพลิสไตรีน (พีเอส) ขึ้นที่อำเภอพระประแดง จากนั้นในปี 2530 ได้ลงนามความตกลงร่วมทุนกับเครือซิเมนต์ไทย (เอสซีจี) เพื่อจัดตั้งบริษัท แปซิฟิค พลาสติคส์(ประเทศไทย)จำกัด

                        ในปี 2536 ได้ย้ายโรงงานเข้ามาอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยเปิดโรงงานผลิตยางสไตรีน บิวเทไดอีน และโรงงานผลิตยูริโพลิเทน ในปี 2538 เปิดโรงงานโพลิสไตรีนแห่งใหม่ โดยได้เลิกใช้โรงงานที่อำเภอพระประแดง
ต่อจากนั้น ธุรกิจของดาว เคมิคอล ในไทยเติบโตต่อเนื่อง โดยในปี 2549 ดาวเคมิคอลได้ประกาศดำเนินโครงการสร้างเอททีลีนแครกเกอร์ ร่วมกับเครือซิเมนต์ไทย ซึ่งโครงการนี้ทำให้ประเทศไทยกลายเป็นฐานการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียของดาว เคมิคอล

                        นอกจากนี้ ดาว เคมิคอล ยังมีแผนที่จะขยายกำลังการผลิตสารโพลิเอทิลีน โดยโครงการจะแล้วเสร็จในปี 2554 บริเวณนิคมอุตสาหกรรมเอเชีย อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างทำความเข้าใจและประชาสัมพันธ์โครงการกับชุมชนในพื้นที่

(Bangkokbiznews : February 26, 2009)

 

 

 

Comments
 
Copyright © 2008 reserved by Petrichemical Industry Club.
Power by Bighead.co.th