อินโดรามาตั้งบริษัทคุมธุรกิจต่างประเทศดันรายได้ 3 พันล้านปีนี้
อินโดรามา ลุยปรับโครงสร้างธุรกิจโพลีเอสเตอร์ พร้อมตั้ง "บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส" ในไทย เป็นโฮลดิ้งส์ เพื่อถือหุ้นบริษัทในต่างประเทศ เมินวิกฤติเศรษฐกิจมั่นใจสร้างรายได้ปีนี้ไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท

นายอาลก โลเฮีย กรรมการเเละประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอินโดรามาโพลีเมอร์ส กล่าวว่า กลุ่มครอบครัวโลเฮีย ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัทอินโดรามาโพลีเมอร์ส เเละธุรกิจอื่นในหลายประเทศ ได้จัดตั้งบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส เพื่อเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นในบริษัทต่างๆที่อยู่ในอุตสาหกรรมต่อเนื่องของโพลีเอสเตอร์ (Polyester Value Chain)
บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส เป็นบริษัทในประเทศไทย โดยมีตระกูลโลเฮียเป็นเจ้าของ เเละมีผู้ถือหุ้นรายย่อยคือ ธนาคารกรุงเทพ เเละดีอีจี (investitions Und Entwicklungsgesellschaft GMBH หรือ DEG) ซึ่งเป็นสมาชิกของสถาบันเครดิตเพื่อการพัฒนาเเห่งสหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี (KFW)
"อินโดรามา เวนเจอร์ส จัดตั้งขึ้นเพื่อเป็นผู้ถือทรัพย์สินทางธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความร่วมมือระหว่างธุรกิจในกลุ่ม ด้วยการรวมจุดเเข็งในธุรกิจต่างๆ ไว้ในบริษัทขนาดใหญ่เพียงบริษัทเดียว ซึ่งการปรับโครงสร้างองค์กรของกลุ่มธุรกิจได้เริ่มตั้งเเต่เดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา ด้วยความมุ่งหวังที่จะช่วยสร้างคุณค่าต่อผู้ถือหุ้น ซึ่งเราก็สามารถทำสำเร็จได้ในเวลาอันสั้น" นายอาลก กล่าว
เขากล่าวว่า บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส ที่ก่อตั้งมาดังกล่าว จะมีรายได้ในปีนี้มากกว่า 3,000 ล้านบาท จากธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องของโพลีเอสเตอร์ของกลุ่มที่อยู่ในทวีปเอเชีย ยุโรป เเละอเมริการเหนือ หลังการปรับโครงสร้าง บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์ส จะใกรเเบ่งธุรกิจของบริษัท ออกเป็น 4 กลุ่มธุรกิจ คือ เม็ดพลาสติก (pet resins) พีทีเอ (polyester intermediates หรือ PTA) เส้นใยสังเคราะห์ เเละด้ายโพลีเอสเตอร์ (polyester fibers & yarns) เเละไหมพรม (woolen yarns) โดยกลุ่มสุดท้ายนั้นมีรายได้คิดเป็นประมาณ 2% ของรายได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ในกลุ่มของธุรกิจเม็ดพลาสติกจะดำเนินการโดยบริษัท อินโดรามา โพลีเมอร์ส ซึ่งมีหน่วยการผลิต 8 เเห่งในหลายประเทศ ได้เเก่ ไทย เนเธอร์เเลนด์ สหราชอาณาจักร ลิทัวเนีย เเละสหรัฐอเมริกา โดยความสามารถในการผลิตทั้งหมด 1.7 ล้านตันต่อปี เเละมีเเผนการจะจัดตั้งบริษัท อัลฟ่าเพ็ท (Alphapet) ในสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อตั้งบริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส จะกลายเป็นผู้ผลิตเม็ดพลาสติกรายใหญ่ที่สุดอันดับสองของโลก
ส่วนกลุ่มพีทีเอ บริทได้มีหน่วยผลิตอยู่ในประเทศไทย เเละประเทศเนเธอร์เเลนด์ โดยได้ซื้อหุ้นจำนวน 50.60% ของบริษัท ทุนเเท๊กปิโตรเคมีคอลส์ (ประเทศไทย) จากธนาคารกรุงเทพในปี 2551 ในปัจจุบัน บริษัทอินโดรามา เวนเจอร์ส มีกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านตันต่อปี
ในกลุ่มเส้นใยสังเคราะห์ เเละด้ายโพลีเอสเตอร์เเละกลุ่มไหมพรม บริษัทมีหน่วยผลิตอยู่ในประเทศไทยกลุ่มละสองหน่วย โดยหลังจากการซื้อหุ้นของบริษัททุนเท็กซ์ เท็กซ์ไทล์(ประเทศไทย) ในปี 2551 บริษัท ได้กลายเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดในประเทศ เเละชำนาญในการผลิตสินค้าเฉพาะทางต่างๆ
" อินโดรามา เวนเจอร์ส จะเป็นหนึ่งในธุรกิจอุตสาหกรรมต่อเนื่องของโพลีเอสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่มากที่สุดเเห่งหนึ่งของโลก ซึ่งมีกลยุทธ์คือ ใช้ความร่วมมือกันของธุรกิจต่างๆของบริท เพื่อเสริมสร้างคุณค่า เเละลดต้นทุนลงจนในปัจจุบันถือว่าเป็นผู้ผลิตที่ใช้ต้นทุนต่ำมาก เมื่อเทียบกับคู่เเข่งทั่วโลก ในขณะนี้ ธุรกิจต่างๆในกลุ่มก็ได้ดำเนินการภายใต้บริษัท อินโดรามา เวนเจอร์สเเล้ว จึงสามารถใช้ทรัพยากรร่วมกันได้ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพเเละลดต้นทุน ทั้งทางด้านไอที โลจิสติกส์ การจัดซื้อวัตถุดิบ เเละอื่นๆ ซึ่งเป็นการตัดค่าใช้จ่ายที่ซำซ้อนของเเต่ละบริษัทออกไป" นายอาลก กล่าว
เขายืนยันว่า ธุรกิจโพลีเอสเตอร์นั้นไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกมากนัก เนื่องจากธรรมชาติของผลิตภัณฑ์เเละผู้ซื้อนั้น เเตกต่างจากอุตสาหกรรมอิ่น ด้วยสาเหตุที่อินโดรามา เวนเจอร์ส นั้นเป็นหนึ่งในบริทที่สำคัญที่สุดในอุตสาหกรรมต่อเนื่องของโพลีเอสเตอร์ในระดับโลก จึงทำให้บริษัทสามารถทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจในระยะยาวได้อย่างเต็มที่
(Krungthep Turakij : January 20, 2009) |