ปิโตรเคมีการันตี.....ไม่ปลดคน!!!!
ผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีใช้เป็นวัตถุดิบการผลิตในอุตสาหกรรมต่อเนื่องต่างๆ เช่น ชิ้นส่วนยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เเละลผิตภัณฑ์พลาสติก ซึ่งมีเเนวโน้มความต้องการที่ลดต่ำลง ส่งผลให้ในปี 2552 นี้อาจเป็นปีที่ยากลำบากสำหรับอุตสาหกรรมปิโตรเคมีไทย
ทั้งปริมาณการจำหน่ายในประเทศเเละการส่งออก
ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจะต้องเผชิญกับกำลังซื้อที่ชะลอตัวลงมาก มั้งจากปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจโลกที่ลุกลามขยายวงกว้างออกไปอย่างต่อเนื่อง เเละกำลังการผลิตปิโตรเคมีทั่วโลกที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะกำลังการผลิตส่วนเพิ่มที่จะสามารถดำเนินการผลิตให้ได้ในตะวันออกกลางเเละจีน จึงสร้างเเรงกดดันให้การเเข่งขันในตลาดมีความรุนเเรงมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีก็มีเเนวโน้มอยู่ในระดับต่ำ ตามราคาน้ำมันดิบที่จะยังคงมีเเนวโน้มอยู่ในระดับต่ำต่อไป
อย่างไรก็ตาม!!!! กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี สภาอุตสาหกรรมเเห่งประเทศไทย ยืนยันว่าไม่มีนโยบายปลดพนักงาน!!! อย่างเเน่นอน ในทางกลับกันตลาดเเรงงานในสายอุตสาหกรรมปิโตรเคมียังว่างอยู่มาก เพราะต้องอาศัยบุคลากรที่มีประสบการณ์เเละความเชี่ยวชาญ
โดย นายวีระศักดิ์ โฆสิตไพศาล กรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส.อ.ท. ได้ออกมาเปิดเผยว่า เเม้ปัญหาเศรษฐกิจจะมีผลกระทบไปยังอุตสาหกรรมหลายประเภทจนต้องมีการปลดพนักงาน เเต่ในสายธุรกิจปิโตรเคมีนั้นถือว่ายังต้องการบุคลากรอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงไม่มีนโยบายปลดพนักงานเเละยังจะส่งเสริมให้คนเข้ามาเรียนสายนี้กันให้มากขึ้น จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นสายงานที่เปิดกว้างอยู่มาก
"เมื่อกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทางกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีได้ร่วมมือกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดกิจกรรมเเนะเเนวเพื่อให้ความรู้ด้านการศึกษาต่อในเเขนงนี้สำหรับมัธยมปลายที่สนใจศึกษาต่อ ตลอดจนมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนที่สนใจศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาอีกด้วย" นายวีระศักดิ์ กล่าว
ด้าน ดร.จรัญญา พิชิตกุล รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ส.อ.ท. กล่าวเพิ่มเติมถึงเเนวทางรับมือวิกฤตเศรษฐกิจของกลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีว่า ผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจโลกส่งผลกระทบกับทุกอุตสาหกรรมอย่างรวดเร็ว ซึ่งอุตสาหกรรมปลายทางอย่างปิโตรเคมีก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน จึงพลิกวิกฤติเป็ฯโอกาสโดยการสร้างบุคลากรให้มีทักษะ เเละความเชี่ยวชาญ เน้นค้นคว้าวิจัยเพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม หวังเพิ่มมูลค่าสินค้าริเวลาตลาดฟื้นตัว เเละเเก้ปัญหาพลังงานในระยะยาว โดยทิศทางหนึ่งที่กลุ่มอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเน้นหนักในการวิจัย เเละพัฒนาเพื่อให้ได้นวัตกรรมใหม่ ได้เเก่ นวัตกรรมด้านพลังงานทดเเทน ซึ่งนอกจากจะเเก้ปัญหาพลังงานในระยะยาวเเล้วยังช่วยลดภาวะโลกร้อน อันเป็นปัญหาหลักที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ
"ผลกระทบจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในครั้งนี้ถือว่ารุนเเรง เเต่ในเเง่ของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเป็นธุรกิจระยะยาว ทุกบริษัทรู้ว่าธุรกิจนี้เป็ฯวงจร จึงได้เตรียมวางเเผนรับมือความผันผวนทางเศรษฐกิจไว้เเล้ว ตอนนี้เราต้องเน้นเรื่องของการสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเเละบริการ รวมทั้งเน้นเรื่องการควบคุมเเละลดต้นทุนการผลิต เมื่อเศรษฐกิจฟื้นเราก็จะพร้อมเดินหน้าต่อไปอย่างเเข็งเเรง คาดว่าหลังจากตรุษจีนกำลังซื้อจะเข้ามา ก็คิดว่าตรงนั้นน่าจะทำให้สถานการณ์ต่างๆดีขึ้น" ดร.จรัญญา กล่าว
อย่างไรก็ตาม การปรับตัวของผู้ประกอบการเเต่เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ภาครัฐจึงควรเข้ามามีส่วนร่วมใหความช่วยเหลือ เพื่องจากอุตสาหกรรมปิโตรเคมีถือเป็นอุตสาหกรรมที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ด้วยมูลค่าสูงถึง 6% ของ GDP โดยภาครัฐอาจพยายามผลักดันให้ดำเนินโครงการลงทุนขนาดใหญ่ เพื่อให้เกิดความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีเพิ่มมากขึ้น
(Bangkok Today : January 3,2009)
|