วัตถุดิบตั้งต้น
· ราคาน้ำมันดิบดูไบปรับลดลง 3 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก 75.68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล เป็น 72.68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลจากการที่ผู้บริโภคขาดความเชื่อมั่น หน่วยงาน Institute for Supply Management (ISM) ของอเมริกา รายงานตัวเลขดัชนีการซื้อเดือนมิถุนายนลดลง 0.6 จุด จากเดิม 59.1จุดในเดือนพฤษภาคม นอกจากนี้กระทรวงแรงงานของอเมริกายังรายงานการขอรับสวัสดิการเพิ่มของผู้ว่างงาน อีกทั้งมีการปรับลดลงของตลาดหุ้นดาวน์โจนส์
· ราคาแนฟธาตลาดเอเชียปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน44 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 665เหรียญสหรัฐ/ตัน มาอยู่ที่621เหรียญสหรัฐ/ตันลดลงต่ำสุดในรอบแปดเดือนเนื่องจากมีปริมาณอุปทานเพิ่มขึ้นจากภูมิภาคแถบตะวันออกกลาง
โอเลฟินส์
· ราคาเอธิลีนยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากปริมาณความต้องการของตลาดผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องที่มีน้อย ขณะที่อุปทานสินค้าเอธิลีนจากตะวันออกกลางมีเข้ามามาก และในเดือนกรกฎาคม บริษัท Borouge ของ UAE จะเดินเครื่องเอธิลีนขนาด 1,500 พันตัน จึงส่งผลให้ราคาปรับลดลง ราคาเอธิลีนเฉลี่ยที่ 825 เหรียญสหรัฐ/ตัน ลดลง 68 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 893 เหรียญสหรัฐ/ตัน
· ราคา MEG (Mono Ethylene Glycol) ปรับลดลง 18 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 718 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในสัปดาห์ก่อนมาอยู่ที่ 705 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามราคาน้ำมันดิบและราคา PTA ที่ปรับลดลง
· ราคา PE ทุกตัวลดลงอย่างมากจากสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการลดลงในช่วงปลายไตรมาสที่สอง ราคา LDPE ลดลง 40 เหรียญสหรัฐ/ตัน อยู่ที่ 1,275 เหรียญสหรัฐ/ตัน LLDPE ลดลง 45 เหรียญสหรัฐ/ตัน อยู่ที่ 1,165 เหรียญสหรัฐ/ตัน และ HDPE ลดลง 30 เหรียญสหรัฐ/ตัน อยู่ที่ 1,065 เหรียญสหรัฐ/ตัน
· ราคาโพรพิลีนลดลงจากสัปดาห์ก่อน 18 เหรียญสหรัฐ/ตัน อยู่ที่ 1,005 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากความต้องการจากตลาดผลิตภัณฑ์ต่อเนื่อง PP และ PO มีน้อย อีกทั้งราคาน้ำมันดิบที่ลดลงและความต้องการที่ลดลงด้วยเช่นกัน
· ราคา PP ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อน 20 เหรียญสหรัฐ/ตัน อยู่ที่ 1,265 เหรียญสหรัฐ/ตัน มาอยู่ที่ที่ 1,265 เหรียญสหรัฐ/ตัน ท่ามกลางข่าวที่ว่าผู้ผลิตจากตะวันออกกลางเสนอราคาขาย PP ให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระดับต่ำ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง และสต๊อกสินค้าที่ยังคงอยู่ในระดับสูง
อะโรมาติกส์
· ราคาเบนซีนปรับลดลง 20 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 810 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 790 เหรียญสหรัฐ/ตัน แม้ว่าจะมีปริมาณอุปทานเบนซีนในระดับสูง เนื่องจากแครกเกอร์ และ reformers ในภูมิภาคปรับเพิ่มกำลังการผลิต ประกอบกับความต้องการจากตลาดผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องมีน้อย โดยเฉพาะตลาดโทลูอีน
· Styrene Monomer (SM) ปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยปรับลดลงอีก 20 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 1,053 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 1,028 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากมีความกังวลเรื่องวิกฤติในยุโรป และความต้องการในจีนที่ลดลง
· ราคา PS ปรับลดลง 20 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 1,285 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 1,215 เหรียญสหรัฐ/ตัน ตามการลดลงของราคาวัตถุดิบ SM
· ราคา PX ปรับลดลง 8 เหรียญสหรัฐ/ตัน จาก 908 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 900 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากปริมาณอุปทานของตลาดที่มีอยู่สูงส่งผลให้ผู้ซื้อยังไม่ได้ให้ความสนใจในการสั่งซื้อมากนัก
· ราคา PTA ปรับลดลงสัปดาห์ก่อนอีก 35 เหรียญสหรัฐ/ตัน ไปอยู่ที่ 865 เหรียญสหรัฐ/ตัน เนื่องจากความต้องการ polyester ลดลง
· ราคา PET เกรดขวดของญี่ปุ่นยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนที่ 1,280 เหรียญสหรัฐ/ตัน
แนวโน้มระหว่างวันที่ 5-9กรกฏาคม 2553: แนวโน้มราคาลดลง
ปัจจัยลบ
· ความวิตกกังวลของเศรษฐกิจในยุโรป
· ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีลดลง
· ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวลดลง
ที่มา : Plastic Intelligence Unit Website