News
 

Current Articles | Archives | Search

Tuesday, June 08, 2010
"องค์การอิสระ" ยังลูกผีลูกคน กฤษฎีกายันขัดกฎหมาย "อภิสิทธิ์" สั่งเคลียร์ด่วน
By AdminFtipc @ 9:45 AM :: 392 Views
 

"อภิสิทธิ์" เต้น! สั่งถอนวาระที่กฤษฎีกาไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ.องค์การอิสระ แก้ปัญหามาบตาพุด ออกจากการประชุม ครม.วันนี้ (8 มิ.ย.)... 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 8 มิ.ย. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ยกเลิกการนำวาระที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เสนอขอความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) องค์การอิสระตามมาตรา 67 วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ หรือร่าง พ.ร.บ. องค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ พ.ศ. ....ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจสอบแล้ว และคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 ได้ตั้งข้อสังเกต ไม่เห็นด้วยกับหลักการตามร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ออกไปก่อน 

โดยนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นายกอร์ปศักดิ์ ไปหารือร่วมกับนายอานันท์ ปันยารชุน ประธานคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหาการลงทุนในมาบตาพุด จ.ระยอง เพื่อหาข้อสรุปในเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว จากนั้นนายกอร์ปศักดิ์และนายอานันท์จึงจะไปหารือกับคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อชี้แจงประเด็นที่คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 ที่แสดงข้อคิดเห็นต่อเนื้อหาของร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ก่อนเสนอให้ ครม.พิจารณา


สำหรับปัญหาความไม่เข้าใจกันระหว่างคณะกรรมการ 4 ฝ่าย กับคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 ซึ่งได้ตั้งข้อสังเกตไม่เห็นด้วยกับหลักการตาม ร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว เกิดจากเมื่อคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 7 ได้พิจารณาบทบัญญัติของมาตรา 67 ประกอบกับมาตรา 303 ที่มิได้บัญญัติให้ต้องมีกฎหมายจัดตั้งองค์การอิสระขึ้นเป็นการเฉพาะ 

คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 จึงเห็นว่าเป็นการตรากฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับมาตรา 67 วรรค 2 อาจก่อให้เกิดปัญหาความซ้ำซ้อนในเรื่องของอำนาจหน้าที่ขององค์การของรัฐ ตามระบบกฎหมาย ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน อันจะส่งผลกระทบต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และเกิดภาระต่องบ-ประมาณของประเทศ 

ทั้งนี้ เพราะการกำหนดให้มีการจัดตั้งองค์การอิสระ โดยทำงานในรูปของคณะกรรมการ ไม่สอด คล้องกับหลักการที่บัญญัติไว้ในมาตรา 67 และเป็นการตรากฎหมายที่จำกัดสิทธิในการให้ความเห็นขององค์การอิสระอื่นๆ และการกำหนดให้ องค์การอิสระดำเนินงานในรูปคณะกรรมการ โดยกำหนดให้สำนักงานคณะกรรมการองค์การอิสระ มีฐานะเป็นนิติบุคคลนั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาสถานะทางกฎหมาย และการใช้อำนาจขององค์การอิสระ จึงเห็นว่าการตรากฎหมาย โดยกำหนดให้องค์การอิสระ ที่มีองค์ประกอบตามมาตรา 67 มาขึ้นทะเบียน และส่งเสริมให้องค์การดังกล่าวมีขีดความสามารถในการให้ความเห็น น่าจะเหมาะสม และสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมากกว่า 

ขณะเดียวกัน การกำหนดให้องค์การอิสระมีฐานะเป็นองค์กรของรัฐ เมื่อพิจารณาบทบัญญัติของมาตรา 67 ในส่วนที่ 12 (สิทธิชุมชน) นั้น เข้าใจได้ว่า องค์การอิสระ หมายถึง องค์การที่เป็นอิสระจากรัฐ ไม่ใช่หน่วยงานของรัฐ เพราะถ้ากำหนดให้เป็นหน่วยงานของรัฐ ต้องอยู่ภายใต้หลักเกณฑ์ ของรัฐ ซึ่งจะส่งผลต่อความเป็นอิสระในการให้ความเห็นประกอบ ดังนั้น แนวทางในการตรากฎหมาย โดยกำหนดให้องค์การอิสระ มีฐานะเป็นองค์กรของเอกชนจึงเหมาะสมกว่า เพราะมีอิสระในการให้ความเห็น ไม่เกิดความซ้ำซ้อน กับอำนาจหน้าที่ขององค์กรของรัฐ ที่มีตามกฎหมายปัจจุบันอยู่แล้ว 

นอกจากนี้   การกำหนดให้องค์การอิสระเป็นองค์กรของรัฐ   โดยดำเนินงานในรูปของคณะกรรมการ มีอำนาจหน้าที่ในการพิจารณาให้ความเห็นประกอบการดำเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงนั้น ก่อให้เกิดความซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ขององค์กรรัฐที่มีอยู่แล้ว คือ คณะกรรมการผู้ชำนาญการตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ 

ประกอบกับมาตรา 67 ได้บัญญัติให้องค์การอิสระ มีอำนาจหน้าที่เฉพาะการให้ความเห็นประกอบ ในการดำเนินโครงการ หรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรงก่อนดำเนินการ แต่ในร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้ได้กำหนดให้องค์การอิสระ มีอำนาจหน้าที่เพิ่มเติม จากที่รัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้   ซึ่งซ้ำซ้อนกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานอื่นของรัฐ เช่น สนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียมีส่วนร่วมให้ความเห็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการ หรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง เป็นต้น   ซึ่งปัจจุบันกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ดำเนินการอยู่แล้ว.

ไทยรัฐออนไลน์ 8 มิถุนายน 2553

Comments
 
Copyright © 2008 reserved by Petrichemical Industry Club.
Power by Bighead.co.th