ภาคเอกชนหวั่น การแก้ไขปัญหาโครงการมาบตาพุดล่าช้า เหตุหน่วยงานราชการไม่ออกระเบียบตั้ง คณะกรรมการมาพิจารณาเห็นชอบ EIA/HIA "อภิสิทธิ์" รับลูก นัดประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ปลายสัปดาห์นี้ เร่งออกระเบียบ ขณะที่กระทรวงอุตสาหกรรมยังมึน ไม่รู้ จะตั้งหน่วยงานรับฟังความคิดเห็นอย่างไร อ้างรอประกาศกระทรวงทรัพยากรฯก่อน
นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) ที่มี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน สิ้นสุดลงว่า ตนได้รายงานในที่ประชุมเกี่ยวกับความกังวลของภาคเอกชนในเรื่องการดำเนินการแก้ไขปัญหามาบตาพุดของหน่วยงานราชการที่ยังไม่มีความชัดเจนในการปฏิบัติ รวมไปถึงการออกระเบียบเพื่อรองรับการให้ความเห็นชอบรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) กับรายงานผลกระทบด้านสุขภาพ (HIA) ของบางโครงการที่ดำเนินการเกือบจะเสร็จสิ้นแล้ว
ดังนั้นเพื่อให้กระบวนการต่าง ๆ เดินหน้าต่อไปได้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี จึงได้นัดหมายประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ในวันที่ 23 เมษายน 2553 เพื่อพิจารณาออกระเบียบให้มีความชัดเจนใน 2 ประเด็นหลัก คือ 1)การออกระเบียบแต่งตั้งคณะกรรมการวินิจฉัยโครงการที่อาจจะก่อให้ความรุนแรงต่อชุมชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หากมีการร้องเรียนจากประชาชน และ 2)การออกระเบียบจัดตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ให้มีอำนาจในการพิจาณา เห็นชอบ EIA/HIA
ทั้งนี้ ขั้นตอนของการจัดทำและพิจารณา EIA/HIA ตามกรอบเงื่อนไขของมาตรา 67(2) รัฐธรรมนูญ 2550 ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 เจ้าของโครงการการจัดทำ EIA/HIA และเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขั้นตอนที่ 2 เจ้าของโครงการส่งรายงาน EIA/HIA ให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ตรวจสอบและพิจารณาเสนอความเห็นเบื้องต้น หลังจากนั้นส่งให้คณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป และขั้นตอนที่ 3 การให้ความเห็นขององค์กรอิสระและการจัดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของหน่วยงานรัฐที่รับผิดชอบอนุมัติโครงการ เช่น การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.), กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) เป็นต้น หลังจากนั้นให้หน่วยงานที่มีอำนาจอนุมัติ/อนุญาตโครงการพิจารณาให้ดำเนินโครงการต่อไป
"ตั้งแต่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ 76 โครงการในพื้นที่มาบตาพุดระงับการดำเนินการ ทางเจ้าของโครงการก็พยายามเร่งจัดทำ EIA/HIA มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นเพื่อให้เป็นไปตามเงื่อนไขของมาตรา 67(2) โดยขณะนี้บางโครงการก็เกือบจะเสร็จแล้ว หากคณะกรรมการผู้ชำนาญการ (คชก.) ที่จะมาพิจารณาให้ความเห็นชอบยังไม่มี ก็จะทำให้กระบวนการล่าช้าออกไปอีก เกิดความเสียหาย แทนที่จะทำให้โครงการ เดินหน้าลงทุนต่อไปได้" นายพยุงศักดิ์กล่าว
ด้านนายโสภณ ผลประสิทธิ์ ผู้ตรวจ ราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะกรรมการศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือนักลงทุน หรือ OSOS กรณีแก้ไขปัญหามาบตาพุด กล่าวว่า จำนวน 76 โครงการมาบตาพุด ที่ศาลปกครองกลางมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้ระงับการดำเนินการนั้น จากการขออุทธรณ์ต่อศาลปกครองกลางและศาลปกครองสูงสุด
ขณะนี้มีโครงการสามารถเดินหน้าก่อสร้างได้แล้วทั้งสิ้น 32 โครงการ อีก 18 โครงการอยู่ในระหว่างการขอยื่นอุทธรณ์ต่อศาลอีกครั้ง และอีก 4 โครงการถอนตัวไม่ลงทุนต่อ
ดังนั้นจึงเหลืออีก 22 โครงการ ซึ่งทางศูนย์ OSOS อยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลจัดกลุ่มโครงการที่จะนำไปยื่นต่อศาลปกครองกลาง ให้มีการพิจารณามีคำสั่งให้โครงการเดินหน้าต่อได้
สำหรับประเด็นของหน่วยงานภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมที่มีอำนาจในการอนุมัติโครงการ จะต้องมีการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ขณะนี้ยังลางเลือนอยู่ เพราะต้องรอระเบียบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมระบุออกมาให้ชัดเจนถึงกิจการที่จะส่งผลกระทบรุนแรงก่อนถึงจะดำเนินการได้ว่า "จะต้องทำอย่างไร"
ประชาชาติธุรกิจ วันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553 |