News
 

Current Articles | Archives | Search

Friday, December 04, 2009
นายกฯ ถกเอกชนหาทางออกปัญหามาบตาพุด
By AdminFtipc @ 1:26 AM :: 494 Views
 

 

ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ 3 ธ.ค.

-นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรววงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุข ตัวแทนสภาอุตสหากรรมแห่งประเทศไทย เพื่อหาทางออกกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งระงับ 65 โครงการลงทุนในมาบตาพุด ว่า รัฐบาลจะดำเนินการ 3 แนวทาง โดยแนวทางแรก ตามที่คณะกรรมการ 4 ฝ่ายฯ อยู่ระหว่างจัดทำระเบียบเพื่อรองรับกับมาตรา 67 วรรค 2 ตามรัฐธรรมนูญ 2550 ระเบียบดังกล่าวจะเป็นพื้นฐานให้ทุกโครงการที่มีปัญหาสามารถใช้ช่องทางนี้ และนำไปสู่การขอให้ศาลปกครองยกเลิกการระงับโครงการลงทุนในช่วงต่อไปได้

ประการที่ 2 รัฐบาลมีหน้าที่แจ้งเอกชนให้ทราบถึงคำสั่งศาล ซึ่งเป็นคำสั่งระงับคุ้มครองชั่วคราว และต้องการให้เอกชนเคารพคำสั่งศาล และประการที่ 3 เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และบริหารจัดการเรื่องความเสียหายและจำกัดความเสียหาย รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่น จึงมอบหมายให้กระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงพลังงานไปจัดทำรายละเอียดสถานะของแต่ละโครงการ รวมถึงปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากคำวินิจฉัยของศาล

นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แนวทางช่วยเหลือของรัฐบาล สำหรับอุตสาหกรรม 65 โครงการลงทุนในมาบตาพุด โดยมอบหมายให้นายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ไปสำรวจทุกโครงการว่าอยู่ในสถานะมีปัญหาใดบ้าง เพราะมีบางโครงการได้จัดทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้วเสร็จก่อนที่รัฐธรรมนูญ 2550 ประกาศใช้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ได้กำหนดระยะเวลาดำเนินการ แต่ให้ดำเนินการให้เร็วที่สุด

ส่วนการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจะต้องรอรายงานดังกล่าวให้ชัดเจน และได้รับรายงานจากเอกชนว่า การที่โครงการต้องหยุดดำเนินการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อแรงงาน 30,000-40,000 คน ซึ่งรัฐต้องสำรวจความเสียหายให้ละเอียด ก่อนจะสรุปว่าจะช่วยเหลืออย่างไร

นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมอยู่ระหว่างรอคำสั่งอย่างเป็นทางการจากศาลปกครองสูงสุดในช่วง 2-3 วันจากนี้ หลังจากนั้นจะดำเนินการออกคำสั่งให้เอกชนระงับการดำเนินโครงการต่อไปได้ ทั้งนี้ หากเอกชนรายใดปฏิบัติตามมาตรา 67 วรรค 2 แล้ว ก็สามารถยื่นขอให้ศาลทบทวนคำสั่งคุ้มครองได้ตามความเห็นของกฤษฎีกา ซึ่งนายกรัฐมนตรีไม่ปิดกั้นหากภาคเอกชนจะทำเรื่องหารือไปยังศาลปกครองเป็นรายโครงการ

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสหากรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นายกรัฐมนตรียืนยันว่าจะเร่งออกประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องการทำอีไอเอและเอชไอเอ แต่ต้องใช้เวลาตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 1 ปี แล้วแต่ขนาดของโครงการ ทั้งนี้ หลายโครงการได้หยุดก่อสร้างลง ยอมรับว่ากระทบแรงงานก่อสร้าง ส่วนบางโครงการที่เปิดดำเนินการแล้ว ได้มีคำสั่งซื้อและรับออร์เดอร์ โดยมีสัญญาที่จะผลิตให้ผู้สั่งซื้อ หากต้องหยุดก็จะได้รับผลกระทบ รวมถึงบางโครงการเริ่มถึงกำหนดชำระเงินกู้บ้างแล้ว

นายรุ่งโรจน์ รังสิโยภาส รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายการเงิน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ (SCG) เปิดเผยว่า เครือซิเมนต์ไทยมีโครงการลงทุนในมาบตาพุด จ.ระยอง ทั้งหมด 20 โครงการ แต่สามารถดำเนินโครงการต่อได้ 2 โครงการ มูลค่าลงทุน ประมาณ 2,000 ล้านบาท ส่วนอีก 18 โครงการ มูลค่าลงทุน ประมาณ 57,500 ล้านบาท ยังไม่สามารถดำเนินการต่อไป ต้องมีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญให้เรียบร้อยก่อน และยังไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบต่อบริษัทมากน้อยแค่ไหน เนื่องจากยังไม่สามารถประเมินได้

ทั้งนี้ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคาดว่าจะกระทบรุนแรงต่อเครือซิเมนต์ไทย เพราะโครงการลงทุนของเครือซิเมนต์ส่วนใหญ่เป็นการร่วมทุนกับนักลงทุนจากสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น จึงได้ชี้แจงให้ผู้ร่วมทุนเข้าใจแล้ว แต่ยังมีความกังวลอยู่บ้าง เพราะส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนด้านปิโตรเคมี ที่ลงทุนตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับโครงการอื่น ๆ ในเครือซิเมนต์ไทย ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดดำเนินการและเปิดดำเนินการแล้ว ซึ่งจะต้องมีการใช้วัตถุดิบและแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ระหว่างกัน หากยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องการลงทุนว่าจะลงทุนได้หรือไม่ และล่าช้าออกไปเท่าไร ก็จะส่งผลกระทบต่อเครือซิเมนต์ไทยมาก

ส่วนโครงการลงทุนโรงโอเลฟินส์แครกเกอร์ ขนาดกำลังการผลิตประมาณ 1.7 ล้านตัน/ปี ไม่ได้อยู่ใน 76 โครงการลงทุน สามารถดำเนินการต่อได้ตามแผน แต่ในส่วนขยายการกำลังการผลิตเพิ่มเติมรวมอยู่ใน 76 โครงการ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ต่อ.

-สำนักข่าวไทย 3 ธันวาคม 2552

Comments
 
Copyright © 2008 reserved by Petrichemical Industry Club.
Power by Bighead.co.th