สมาคมต้านโลกร้อนจ่อฟ้องอีก181โครงการมาบตาพุด จี้เพิกถอนด่วน เครือข่ายภาคตะวันออกร้องขอเป็นคดีพิเศษ
สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ขู่ฟ้องศาลกครองขอให้เพิกถอน 181 โครงการ มาบตาพุด อ้างส่งผลกระทบต่อชาวบ้าน-ฝ่าฝืน รธน. ขณะที่พยาน23ปากเบิกความอุทธรณ์เพิกถอนคำสั่งคุ้มครอง76 โครงการ เครือข่ายภาคตะวันออกร้องดีเอสไอ ให้บรรจุเป็นคดีพิเศษ ผู้ว่าฯระยองจับมือ 5 ฝ่าย คลอดแผนแก้ไขระยะสั้น-ยาว
ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 12 ศาลปกครองสูงสุด ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 2 พฤศจิกายน นายเกษม คมสัตย์ธรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด เจ้าของสำนวนคดี ออกนั่งบังลังก์ไต่สวนคำร้อง ที่นายประศาสน์ชัย ตัณฑพานิช อธิบดีอัยการฝ่ายคดีปกครอง ผู้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เลขาธิการสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รมว.อุตสาหกรรม รมว.พลังงาน รมว.คมนาคม รมว.สาธารณสุข และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(กนอ.) ผู้ถูกฟ้องคดี รวมทั้ง บมจ.ปตท.และบมจ. ปูนซีเมนต์ไทย ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลางที่สั่งระงับการดำเนินโครงการในนิคมอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง ทั้ง 76 โครงการ ในการพิจารณาไต่ส่วนครั้งนี้ศาลปกครองสูงสุดได้เรียกผู้เกี่ยวข้องในคดีทั้งฝ่ายผู้ฟ้องและผู้ถูกฟ้องประมาณ 23 ราย เข้าชี้แจง
นายประศาสน์ชัย กล่าวว่า เหตุผลที่ขอให้ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งยกคำร้องที่ขอคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวของผู้ฟ้องคดีทั้ง 43 คน โดยให้ศาลมีคำสั่งระงับคำสั่งของศาลปกครองกลาง ที่มีคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องระงับโครงการหรือกิจกรรมทั้ง 76 โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด และพื้นที่ใกล้เคียง จ.ระยอง เนื่องจากมีข้อเท็จจริงที่ยืนยันได้ว่า หน่วยงานของรัฐทั้ง 8 ที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้ได้ทำในสิ่งที่ดีที่สุดและเป็นธรรมที่สุดต่อผู้ลงทุนและประชาชนในพื้นที่ จ.ระยอง
นายสุทธิ อัชฌาศัย หนึ่งในผู้ฟ้องคดี กล่าวว่า ในการไต่สวนคดี ศาลปกครองสูงสุดได้ซักถามใน 3 ประเด็น คือ เรื่องศักยภาพการรองรับมลพิษของชุมชนมาบตาพุด เรื่องประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม วันที่ 14 กันยายน 2552 เกี่ยวกับโครงการที่มีผลกระทบรุนแรง และเรื่องการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 ซึ่งตนและนายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านภาวะโลกร้อนได้ร่วมกันชี้แจงต่อศาลว่า ขณะนี้สภาพชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดไม่สามารถจะรองรับมลพิษเพิ่มเติมได้อีกแล้ว โดยมีรายงานการรักษาพยาบาลชาวบ้านที่เจ็บป่วยจากภาวะมลพิษยืนยัน ขณะที่ประกาศของกระทรวงอุตสาหกรรมดังกล่าว ก็ขาดการมีส่วนร่วมตามรัฐธรรมนูญ และยังมีการลดจำนวนโครงการที่มีผลกระทบรุนแรงจาก 18 โครงการเหลือเพียง 8 โครงการ ทำให้เห็นได้ชัดว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 8 ไม่เคยมีการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 67 อย่างจริงจัง พร้อมกันนี้ได้นำหลักฐานซึ่งเป็นผลการศึกษาวิจัย หลักฐานการเจ็บป่วย และเทปวิดีโอบันทึกภาพผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากโครงการมาบตาพุดล่าสุด มามอบให้ศาลนำไปพิจารณาประกอบคำคัดค้านการอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดี
นายสรยุทธ์ เพ็ชรตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะผู้แทน รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในการเข้าให้ปากคำต่อศาลในวันนี้ ทางอัยการได้เตรียมพยานซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องในด้านต่างๆ มาร่วมชี้แจงนอกเหนือจากตัวแทนจากหน่วยงานทั้ง 8 รวมถึงทางผู้แทนจากบมจ.ปตท. และบมจ.ปูนซีเมนต์ไทย เพื่อชี้แจงถึงศักยภาพของรองรับมลพิษของชุมชนมาบตาพุด รวมถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ดูแลสิ่งแวดล้อม สุขอนามัยชุมชน ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด โดยพยายามอธิบายให้ศาลเห็นว่า มาตรการที่ภาครัฐกำลังดำเนินการอยู่นั้นจะเป็นประโยชน์แก่ชุมชนโดยรอบนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดในระยะยาว โดยเฉพาะการสร้างความไว้วางไว้ระหว่างชุมชนและผู้ประกอบการในชุมชน เพื่อให้ไม่กระทบต่อปัญหาการลงทุนของประเทศ ในส่วนของกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ชี้แจงว่าไม่ได้ละเลยปัญหา ขณะนี้กำลังดำเนินการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมกับพวก 8 ราย ผู้ถูกฟ้องคดี พร้อมผู้มีส่วนได้เสีย 76 โครงการได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลาทำคำชี้แจงประกอบคำร้องอุทธรณ์คดี ซึ่งศาลได้อนุญาตตามคำขอ ออกไปถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการเครือซิเมนต์ไทย กล่าวกรณีภาคประชาชนเสนอจัดตั้งคณะกรรมการอิสระ 4 ฝ่าย เพื่อร่วมแก้ปัญหามาบตาพุดว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของภาคประชาชนที่ให้จัดตั้งคณะกรรมการอิสระ 4 ฝ่าย ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาชน และนักวิชาการ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ากรณี 76 โครงการ เรื่องนี้เป็นปัญหาของประเทศที่ทุกภาคส่วนควรหันหน้าเข้าหากัน เพื่อพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ร่วมกันแก้ปัญหา และพัฒนาความเข้มงวดด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงานอุตสาหกรรมทุกแห่งในประเทศให้ได้มาตรฐานอย่างแท้จริง
"ผมคิดว่าเหตุการณ์มาบตาพุดครั้งนี้ ทำให้เกิดการตระหนักเรื่องความสำคัญของสิ่งแวดล้อมอย่างที่สุด หมดสมัยแล้วที่ธุรกิจที่ไม่มีความรับผิดชอบต่อสังคม จะยืนหยัดอยู่ได้ทุกคนต้องตระหนัก ใส่ใจ และดำเนินการตามข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่อุตสาหกรรมของไทยจะพัฒนาไปสู่ความยั่งยืนอย่างแท้จริง" นายกานต์กล่าว
ด้าน นายศรีสุวรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน เปิดเผยว่า เตรียมยื่นฟ้องศาลปกครองอีก 181 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการประเภทกิจการเหมืองแร่และปิโตรเลียม เพราะสมาคมฯ ได้รับการร้องเรียนจากชุมชนต่างๆ ว่านอกจาก 76 โครงการในพื้นที่มาบตาพุดแล้วยังมีโครงการอีกจำนวนมากที่เข้าข่ายก่อผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมกับชุมชน และฝ่าฝืนรัฐธรรมนูญ เพราะหลังจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ประกาศใช้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ให้ความเห็นชอบโครงการต่างๆ ไปมากกว่า 621 โครงการ ซึ่งสมาคมฯ ตรวจสอบพบว่ามี 181 โครงการใน 621 โครงการที่ปรากฏข้อเท็จจริงอันน่าเชื่อถือได้ว่าก่อผลกระทบกับชุมชน อาทิ โครงการเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง จ.สระบุรีของบริษัท ไกรสิน จำกัด โครงการขุดเจาะสำรวจปิโตรเลียม แปลงสัมปทานปิโตรเลียม อ่าวไทย ของบริษัท เชฟรอน ออฟชอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นต้น แต่การฟ้องร้องครั้งนี้จะดำเนินการทีละรายทีละโครงการเพราะมีข้อเท็จจริงและปัญหาข้อกฎหมายแตกต่างกันจะไม่ฟ้องรวมเหมือนการฟ้อง 76 โครงการมาบตาพุด ทั้งนี้เป้าหมายการฟ้องยังคงขอให้เพิกถอนโครงการและแต่ละบริษัทกลับไปดำเนินการศึกษาทางสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ
ต่อมานายสุทธิเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนเพื่อให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณาบรรจุปัญหาผลกระทบจากโรงงานอุตสาหกรรมมาบตาพุดเป็นคดีพิเศษ เพราะเห็นว่าที่ผ่านมาปัญหาดังกล่าวไม่ได้รับการแก้ไขอย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีดีเอสไอซึ่งเป็นผู้รับเรื่อง กล่าวว่า จะเร่งเสนอเรื่องดังกล่าวให้ทันเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ครั้งหน้า คาดว่าจะเป็นวันที่ 25 พฤศจิกายน
นายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง แถลงที่จวนผู้ว่าราชการจังหวัดว่า จะร่วมกับฝ่ายต่างๆ รวม 5 ฝ่าย แก้ไขปัญหามลภาวะในพื้นที่ โดยกลุ่มเบ็ญจภาคีระยอง มีข้อเสนอเบื้องต้นเพื่อจะผ่าทางตันในระยะสั้นและระยะยาว ดังนี้
ระยะสั้น 1.จะต้องมีพิจารณาการระงับ 76 โครงการ ให้เป็นที่ยุติโดยเร็ว ถ้าปล่อยนานเข้าจะส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจโดยรวม และการจ้างงานในพื้นที่ 2.หน่วยงานเกี่ยวข้องต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเรื่องมลภาวะในพื้นที่ จ.ระยองให้ชัดเจน 3.เร่งรัดพิจารณามาตรการแผนลดและขจัดมลพิษของ จ.ระยอง ในปี 2553 ที่นำเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว 4.รวบรวมปัญหาข้อเสนอของคนส่วนใหญ่ใน จ.ระยอง เพื่อนำเสนอภาคนโยบาย 5.ตั้งคณะกรรมการในระดับนโยบายขึ้นมาดูแลโดยตรง ส่วนในระยะยาว 1.จัดตั้งกองทุนสิ่งแวดล้อม เพื่อดูแลแก้ไขปัญหาเรื่องสิ่งแวดล้อมระยองโดยตรง 2.จัดตั้งศูนย์ข้อมูลสิ่งแวดล้อมมลภาวะในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนสามารถรับรู้เข้าถึงข้อมูล 3.จัดสรรเงินภาษีส่วนหนึ่งคืนกลับมาสู่ท้องถิ่น คือภาษีธุรกิจและภาษีรถยนต์ โดยให้กลุ่มประกอบการอุตสาหกรรมใน จ.ระยอง ต้องจดทะเบียนภาษีธุรกิจและภาษีรถยนต์ใน จ.ระยอง 4.ต้องกำหนดผังเมืองมาบตาพุดฉบับใหม่ให้ชัดเจน ต้องกำหนดแนวกันชนระหว่างบ้านเรือนประชาชนกับอุตสาหกรรม 5.ให้กระทรวงทบวงกรมที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนการพัฒนา จ.ระยอง สู่การพัฒนาเชิงสมดุล
นายศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า หลังจากบอร์ด สวล.ให้ความเห็นชอบร่างประกาศ ทส. เรื่องการกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระเบียบปฏิบัติและแนวทาง การจัดทำรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สำหรับโครงการ กิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ตามมาตรา 67 วรรคสอง รัฐธรรมนูญ โดยใช้อำนาจตามมาตรา 46 (วรรคสอง) พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ.2535 ไปเมื่อวันที่ 30 ตุลาคมที่ผ่านมานั้น ล่าสุดสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้พิจารณาถ้อยคำและเนื้อหาในร่างประกาศ และเสนอกลับให้สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) แล้ว ส่วนการตั้งคณะกรรมการผู้ชำนาญการชุดพิเศษ (คชก.) เพื่อพิจารณาโครงการ กิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชุมชน สผ.ในฐานะเลขานุการบอร์ดสิ่งแวดล้อม ได้เร่งทำโครงสร้างของ คชก.ชุดพิเศษ คาดว่าอย่างช้าอีก 2 สัปดาห์ จึงจะเสนอให้บอร์ดสิ่งแวดล้อมพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม โดยหลักการ คชก.จะมาจากผู้แทนของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านอุตสาหกรรม พลังงาน อัยการ และผู้ทรงคุณวุฒิ รวม 11-13 คน
นายสุทธา เหมสถล ประธานกลุ่มระยองสมานฉันท์ เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้ผู้แทนกลุ่มระยองสมานฉันท์นำแบบสอบถามประชาชนระยองหัวข้อ หาทางออกผ่าทางตัน เพื่ออนาคตชาวระยอง ทั้งหมดเดินทางเข้าพบเวลา 09.00 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน
ส่วนนายอิทธิพล แจ่มแจ้ง ประธานชมรมคณะกรรมการชุมชนเทศบาลเมืองมาบตาพุด และเป็น 1 ในแกนนำกลุ่มระยองสมานฉันท์ นำเอกสารจากกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ลงวันที่ 15 กันยายน 2552 มากล่าวอ้างยืนยันกับสื่อมวลชน ว่าการเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ ไม่สัมพันธ์กับมลพิษ คือไม่สามารถจำแนกได้ชัดเจนว่าสาเหตุโรคต่างๆ เกิดจากมลพิษ เนื่องจากพบว่าผู้เจ็บป่วยมีแนวโน้มสูงขึ้นทั้งประเทศ ไม่ใช่เฉพาะที่ จ.ระยอง โรคต่างๆ นั้นปัจจัยเกิดจากหลายสาเหตุ จึงไม่อาจสรุปได้ชัดเจนว่ามีความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษกับการเจ็บป่วยของการเกิดโรค
วันที่ 02 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552 เวลา 19:02:19 น. มติชนออนไลน์