นายกฯ เล็งออกประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตามมาตรา 46 ผ่าทางตันปัญหามาบตาพุด คาดเสร็จภายใน 3 สัปดาห์ ก่อนออกกฎหมายลูกแก้ปัญหาระยะยาว
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมแก้ไขปัญหาการลงทุนในพื้นที่มาบตาพุด ว่าหลักการในการแก้ปัญหาระยะยาวคือ ออกกฎหมายลูกให้สอดคล้องกับมาตรา 67 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญ 2550 โดยจะเสนอให้ ครม.พิจารณาในวันที่ 13 ตุลาคมนี้ ก่อนเสนอสภาพิจารณาภายในเดือนตุลาคม ส่วนระหว่างที่รอกฎหมายลูกบังคับใช้ จะออกประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 กำหนดรายละเอียดดำเนินการจัดทำผลกระทบสิ่งแวดล้อม ให้สอดคล้องกับมาตรา 67 เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์การขอในอนุญาตของนักลงทุน
ทั้งนี้ ที่ประชุมมอบให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำรายละเอียดและออกประกาศตามมาตรา 46 ของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ ให้เสร็จใน 3 สัปดาห์ เพื่อเสนอคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติพิจารณาออกประกาศ พร้อมกันนี้ จะขึ้นทะเบียนองค์กรอิสระที่จะให้ความเห็นประกอบการพิจารณาให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญด้วย
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นว่าการออกประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 46 วรรคสอง ของ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมฯ ให้สอดคล้องรัฐธรรมนูญสามารถทำได้ระหว่างที่กฎหมายลูกยังไม่มีบังคับใช้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเพื่อให้เกิดความชัดเจนเกี่ยวกับการขอใบอนุญาตของ นักลงทุนรายใหม่ว่าจะต้องดำเนินการเรื่องใดบ้าง
นอกจากนี้ สำนักงานอัยการสูงสุดยังชี้แจงการยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองชั่วคราวของศาล ปกครองว่า โครงการทั้ง 76 โครงการที่ถูกระงับลงทุนนั้น ผ่านการทำอีไอเอ และกระบวนการต่างๆ ที่กำหนดครบถ้วน และการทำอีไอเอก็มีประเด็นเรื่องสุขภาพรวมอยู่ด้วย โดยยืนยันว่าการออกใบอนุญาต 76 โครงการดำเนินการถูกต้อง เพียงแต่ไม่มีองค์กรอิสระให้ความเห็นประกอบการพิจารณาเท่านั้น จึงไม่น่าจะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง
ส่วนข้อเสนอของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ที่ต้องการให้ตั้งกองทุน 1 แสนล้านบาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ผู้ประกอบการนั้น นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า คงต้องรอผลการอุทธรณ์คำสั่งศาลก่อน เพื่อประเมินความเสียหายว่ามีมากน้อยแค่ไหน
คมชัดลึก 12 ตุลาคม 2552
|