รัฐบาลเตรียมเสนอครม.ส่งกฤษฎีกาตีความ มาตรา 67 หวังช่วยเอกชนเร่งลงทุนได้ในนิคมมาบตาพุด
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ บอกภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก หรืออีสเทรินซีบอร์ด ว่า ที่ประชุมเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีในสัปดาห์หน้าเพื่อให้ครม.มีมตินำเรื่องเสนอต่อสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ หลังจากที่ภาคเอกชนต้องชะลอการลงทุนในเขตพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และบริเวณใกล้เคียง เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตราที่ 67 กำหนดว่าจะต้องมีการจัดตั้งองค์การอิสระสิ่งแวดล้อมและสุขภาพให้ความเห็นชอบก่อน ซึ่งขณะนี้ยังไม่มีองค์กรดังกล่าวซึ่งหากรอการตั้งคณะกรรมการนี้ก็จะส่งผลต่อการลงทุนของภาคเอกชน จึงจำเป็นต้องให้กฤษฎีกาตีความว่าจะหาแนวทางใดให้เอกชนสามารถลงทุนได้ รวมถึงการที่กฎหมายกำหนดให้ต้องมีการจัดทำผลกระทบด้านสุขภาพ หรือ HIA ด้วย ซึ่งได้เรื่องดังกล่าวได้ให้กระทรวงสาธารณสุขไปจัดทำรายละเอียดว่าใครจะเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบ แล้วนำกลับมาเสนอต่อที่ประชุมภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนที่จะรายงานให้ครม.รับทราบต่อไป
นายกอร์ปศักดิ์ บอกด้วยว่า นอกจากนี้จะเสนอครม.ให้มีการปรับกฎกระทรวงอุตสาหกรรมในบางข้อ ที่ระบุว่าทุกอุตสาหกรรมที่ทำผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม หรือ EIA ถือว่าเป็นอุตสาหกรรมร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน ให้ปรับเป็นการกำหนดเป็นรายประเภทอุตสาหกรรมที่ต้องทำ EIA ซึ่งจะทำให้มีบางอุตสาหกรรรมสามารถดำเนินการลงทุนต่อไปได้ ทั้งนี้ยืนยันว่ากฎหมายดังกล่าวจะไม่มีผลย้อนหลัง และจะได้ข้อสรุปชัดเจน สำหรับอุตสาหกรรมที่จะก่อสร้างใหม่ภายใน 1 เดือน ส่วนอุตสาหกรรมที่ได้รับ EIA แล้วและที่จะเริ่มเดินเครื่อง ต้องรอความชัดเจนของการตีความอีกครั้ง
ด้านนายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ สอท. บอกว่า รัฐบาลควรเร่งดำเนินการดังกล่าว เพราะหากปล่อยระยะเวลานานเกินไป จะส่งผลกระทบต่อการชะลอการลงทุนของภาคเอกชน ที่ขณะนี้มีการชะลอไปแล้วกว่า 40 โครงการ หรือคิดเป็นมูลค่าการลงทุนกว่า 4 แสนล้านบาท รวมถึงต้องการให้มาตรา 67 มีความชัดเจนโดยเร็ว เพื่อที่จะได้ชี้แจงให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้าใจได้
|