"เฟ้อ"พ.ค.ต่ำสุดรอบ10ปี ติดลบ"3.3%"
@ "อุ๋ย"ชี้ลงทุนระยอง4แสนล.ชะงัก
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกลุ่มรักษ์เมืองไทย เปิดเผยภายหลังการประชุมกลุ่มว่า เมื่อกลางเดือนพฤษภาคม คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติตามข้อเสนอคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติให้ดูแลผลกระทบจากอุตสาหกรรมในพื้นที่มาบตาพุด 5 ข้อ ซึ่งข้ออื่นไม่มีปัญหา แต่มติข้อ 2 ที่ให้ชะลอการขยายและการก่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่มาบตาพุด และ อ.บ้านฉาง ในระหว่างการทบทวนและปรับแนวทางการพัฒนาจังหวัดระยอง โดยกำหนดแนวทางและกระบวนการตัดสินใจในการอนุมัติ อนุญาต ให้ความเห็นชอบขยายโรงงานใหม่ ให้เป็นไปตาม มาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญนั้น ส่งผลต่อการลงทุนประมาณ 60 โครงการ มูลค่าเกือบ 4 แสนล้านบาทที่มีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปมากแล้วต้องหยุดชะงัก ในจำนวนนี้ 11 ราย เป็นโครงการขนาดใหญ่ มูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาท เช่น โครงการของบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เป็นต้น
"การลงทุน 4 แสนล้านบาทคืบหน้าไปมากแล้วในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ถ้าหยุดชะงักไปจะทำให้ดัชนีการลงทุนภาคอุตสาหกรรมปีนี้ถึงขั้นติดลบได้ รวมทั้งจะทำให้ไม่เกิดการจ้างงาน จึงอยากให้มีการทบทวน" ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว
@ แนะเร่งออกกม.ลูกมาดูแลด่วน
ม.ร.ว.ปรีดิยาธกล่าวว่า อยากให้รัฐบาลทบทวนมติข้อ 2 ดังกล่าว ด้วยการออกมติใหม่ คือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกกฎหมายลูกตามมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญ 2550 โดยเร็ว และมีหน่วยงานที่เป็นแม่งานอย่างชัดเจน โดยกฎหมายลูกที่ออกมาจะต้องครอบคลุมให้ครบทุกเรื่อง ตั้งแต่การกำหนดว่าอุตสาหกรรมใดบ้างที่จะเข้าข่ายถูกประเมินในเรื่องผลกระทบต่อสุขภาพ กำหนดผู้มีคุณสมบัติในการทำหน้าที่ประเมิน หลักการและแนวทางการประเมิน กระบวนการที่จะให้ประชาชนได้รับรู้ผลการประเมิน การกำหนดให้มีองค์กรอิสระเพื่อทำหน้าที่เป็นคนกลางระหว่างโรงงานและประชาชน ในกรณีที่ประชาชนไม่เชื่อถือผลการประเมิน ตลอดจนคุณสมบัติผู้ที่จะเป็นคนกลางในองค์กรอิสระดังกล่าว
(ที่มา : หนังสือพิมพ์มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 2 มิถุนายน 2552) |