น้ำมันทำสถิติสูงสุดรอบ6เดือนครั้งใหม่-หุ้นดิ่งตามแรงฉุดภาคการเงิน
เอเจนซี - ราคาน้ำมันขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อวันอังคาร(19) แต่ทำสถิติสูงสุดรอบ 6 เดือนครั้งใหม่ หลังเกิดปัญหากับโรงกลั่นของสหรัฐฯที่ก่อความกังวลเกี่ยวกับอุปทาน ด้านวอลล์สตรีทปรับลดตามแรงฉุดของหุ้นกลุ่มภาคการเงินและตัวเลขสร้างบ้านใหม่

เทรดเดอร์ในตลาดน้ำมันนิวยอร์ก
น้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนมิถุนายน เพิ่มขึ้น 62 เซนต์ ปิดที่ 59.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังช่วงหนึ่งของการซื้อขายก้าวขึ้นไปแตะ 60.48 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน ขณะที่เบรนต์ลอนดอน เพิ่มขึ้น 45 เซนต์ ปิดที่ 58.92 ดอลลาร์
การปรับตัวขึ้นของราคาน้ำมันมีขึ้นหลังจากเกิดไฟไหม้แผนกผลิตน้ำมันเบนซิน ณ โรงกลั่นฟลินต์ ฮิลล์ส ในเท็กซัส ซึ่งสามารถผลิตน้ำมันได้ 288,000 บาร์เรลต่อวัน ก่อความกังวลด้านอุปทานก่อนหน้าฤดูกาลแห่งการขับขี่ช่วงฤดูร้อนนี้ที่กำลังมาถึง ทั้งนี้ช่วงเวลาดังกล่าวอุปสงค์ทางพลังงานจะทะยานถึงขีดสุด
เหตุเพลิงไหม้ดังกล่าวมีขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากเกิดไฟไหม้โรงกลั่นน้ำมันของบริษัทซูโนโค ในมาร์คุสฮูค เพนซิลเวเนีย ทำให้ทางบริษัทปิดแผนกผลิตน้ำมันเบนซินและต้องชะลอกระบวนการผลิตน้ำมันดิบลง
ด้านตลาดหุ้นสหรัฐฯ ดาวโจนส์และเอสแอนด์พี ปิดในแดนลบเมื่อวันอังคาร(19) ทรุดตามหุ้นกลุ่มการเงินและจากความผิดหวังต่อตัวเลขยอดขายบ้าน ทว่าแนสแดกสามารถปิดบวกได้ เหตุนักลงทุนเข้าซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีเพื่อเก็งกำไรก่อนหน้าการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด
หุ้นกลุ่มสถาบันการเงินลดลงหลังจากวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านกฎหมายควบคุมอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตและค่าธรรมเนียมปิดบังอื่นๆ ผลักให้ดาวโจนส์และเอสแอนด์พี ร่วงลงในช่วงบ่ายของการซื้อขายหลังจากขยับอยู่ในแดนบวกเกือบทั้งวัน
ทั้งนี้รายงานตัวเลขยอดการสร้างบ้านใหม่สหรัฐฯ ที่ดำดิ่งสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนเมษายน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ฉุดรั้งตลาด หลังกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่ายอดการสร้างบ้านใหม่สหรัฐฯลดลงถึง 12.8 เปอร์เซ็นต์ แตะระดับ 458,000 ยูนิต เมื่อเดือนก่อน ต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกครั้งแรกในเดือนมกราคมปี 1959 เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตามในส่วนของแนสแดก สามารถปิดในแดนบวกได้ จากนักลงทุนเข้าซื้อเพื่อเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีก่อนหน้าการเปิดเผยผลประกอบการของบริษัทฮิวเลตต์ แพคการ์ด โดยเชื่อว่าบริษัทแห่งนี้น่าจะเป็นบริษัทล่าสุดที่มีผลประกอบการทำกำไรเหนือกว่าที่คาดคะเนไว้
ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ ลดลง 29.23 จุด (0.34 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 8,474.85 จุด เอสแอนด์พี ลดลง 1.58 จุด (0.17 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 908.13 จุด แนสแดก เพิ่มขึ้น 2.18 จุด (0.13 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 1,734.54 จุด
(ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการออนไลน์ วันที่ 20 พฤษภาคม 2552) |