News
 

Current Articles | Archives | Search

Monday, May 04, 2009
ล็อบบี้"สุวิทย์"ขอลดค่าน้ำบาดาล สอท.เสนอลูกบาศก์เมตรละ4.25บ.จากเดิม8.50บ.
By admin @ 8:39 AM :: 556 Views
 


ส.อ.ท.วิ่งล็อบบี้ "สุวิทย์" ลดค่าอนุรักษ์บาดาล 50% จาก 8.50 บาท/ลูกบาศก์เมตร เหลือ 4.25 บาท/ลูกบาศก์เมตร อ้างลดภาระผู้ประกอบการในยามวิกฤต ให้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมาตนได้นำผู้ประกอบการ กลุ่มสิ่งทอและอาหารเข้าพบนายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือเกี่ยวกับการขอลดค่าอนุรักษ์น้ำ บาดาลลง 50% ในพื้นที่วิกฤตน้ำบาดาล 7 จังหวัด จากลูกบาศก์เมตรละ 8.50 บาท เหลือ 4.25 บาท เพื่อลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำเช่นนี้

ทั้งนี้ พื้นที่วิกฤตน้ำบาดาล 7 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร, ปทุมธานี, พระนคร ศรีอยุธยา, นนทบุรี, สมุทรปราการ, สมุทรสาคร และนครปฐม ซึ่งในอดีตมีการขุดเจาะการใช้น้ำบาดาลเป็นจำนวนมากเกินกว่าปริมาณสำรองที่มีอยู่ ทำให้เกิดปัญหาแผ่นดินทรุด และน้ำเค็มหนุนซึมเข้าแหล่งน้ำบาดาล ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การแก้ไขปัญหาดังกล่าว คณะรัฐมนตรีเมื่อ ปี 2546 ได้มีมติให้ทั้ง 7 จังหวัดวิกฤต ต้องเลิกใช้น้ำบาดาลภายใน 31 ธันวาคม 2546 โดยผ่อนผันให้สำหรับพื้นที่ที่ยังไม่มีน้ำประปา เข้าถึง และในอุตสาหกรรมที่ยังมีความจำเป็นต้องใช้น้ำบาดาลเป็นวัตถุดิบ เช่น สิ่งทอ อาหาร เครื่องดื่ม เป็นต้น

การดำเนินการเพื่อการยกเลิกใช้น้ำบาดาลนั้น ทางรัฐบาลได้นำ "ค่าอนุรักษ์ น้ำบาดาล" มาใช้เป็นกลไกให้เกิดการเลิกใช้ น้ำบาดาล โดยการคิดอัตราค่าอนุรักษ์ น้ำบาดาลจะทยอยขึ้นทุกๆ ไตรมาส ลูกบาศก์เมตรละ 1 บาท เริ่มเก็บตั้งแต่เดือนกันยายน 2547 ถึงปัจจุบันนี้ค่าน้ำอนุรักษ์น้ำบาดาลเก็บถึงเพดานสูงสุดแล้วคือ ลูกบาศก์เมตรละ 8.50 บาท รวมกับค่าธรรมเนียมในการใช้น้ำบาดาลอีกลูกบาศก์เมตรละ 8.50 บาท เท่ากับผู้ประกอบต้องจ่ายค่าน้ำลูกบาศก์เมตรละ 17 บาท

"เงินจำนวนนี้เป็นการสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก ประกอบกับจากการศึกษาพบว่าปริมาณน้ำบาดาลนั้นจะมีการเติมเต็มในชั้นใต้ดินตลอดเวลา การขุดมาใช้ในปริมาณที่เหมาะสมจะไม่ทำให้เกิดผลกระทบ ดังนั้นเพื่อเป็นการลดภาระให้กับผู้ประกอบการ และให้มีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่า การลดค่าอนุรักษ์ น้ำบาดาลจึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม"

"เงินค่าธรรมเนียมน้ำบาดาลและค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน จะไปอยู่ในกองทุนพัฒนาน้ำบาดาลภายใต้การกำกับดูแลของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ซึ่งปัจจุบันสถานะของกองทุนมีเงินอยู่ 3,000-4,000 พันล้านบาท ดังนั้นการลดการเก็บค่าอนุรักษ์ลง 50% คงจะไม่ทำให้สถานะของกองทุนแย่ลงมากนัก เพราะยังถือว่ามีเงินเหลือมากพอที่จะไปใช้ฟื้นฟู พัฒนาระบบน้ำบาดาลตามพันธกิจของกองทุน" นายพยุงศักดิ์กล่าว

ด้านนายโชติ ตราชู รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา กรมได้จัดจ้างให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยศึกษาแนวทางการปรับลดค่าอนุรักษ์ เพื่อลดภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยได้ข้อสรุปที่เหมาะสมคือการลดเหลือ ลูกบาศก์เมตรละ 4.25 บาท ซึ่งปกติค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลที่เก็บเข้ากองทุนนั้นตก ปีละประมาณ 800-900 ล้านบาท (ไม่รวมค่าธรรมเนียมน้ำบาดาลทั่วประเทศ) ดังนั้นหากลดการเก็บค่าอนุรักษ์น้ำบาดาลลง 50% รายได้ที่จะเข้ากองทุนจะลดลงไปประมาณ 400-450 ล้านบาท ซึ่งก็ไม่น่าจะมีผลต่อแผนการดำเนินการของกองทุนเพราะยังมีเงินเหลือพออยู่

(ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติ วันที่ 4 พฤษาคม 2552)

Comments
 
Copyright © 2008 reserved by Petrichemical Industry Club.
Power by Bighead.co.th